Showing posts with label ☆ Toshiya. Show all posts
Showing posts with label ☆ Toshiya. Show all posts

(* ̄ー ̄*)

蜷川実花監修カメラアプリ「cameran」にてToshiyaによる公式アカウントがス タートしました。Toshiyaの目に映る世界を、是非覗いてみてください。


ok Toshiyaさん! I already follow you! :)

Toshiya


xD OMG Toshiya he looks like a teenager!

お誕生日おめでとうございます。


Happy Birthday to you Toshimasa ^^ with sincere wishes

36 years old ! you're not getting a year older 

You're getting another best year (*^^*)

with life's best things for you 

Happy Birthday 

( ´з`)ノ⌒☆⌒ヽ(´ε` )



Walk with Dreams "Live On" Remix by Toshiya(DIR EN GREY)




Walk with Dreams "Live On" Remix by Toshiya(DIR EN GREY)



credit  : roymarluxia

โอ้โหพึ่งได้ฟังล่ะ พี่ Tot remix เข้าท่าเหมือนกันนะเนี่ย ได้กลิ่นอายมืดมนนิดๆ  :)


Toshiya

「a knot」diary entry


It's been a long time.

I haven't made a diary entry in a while.

The band is doing various underground activities.

It's a different matter, but I got this offer and 



I'm also doing some personal/individual activities.

I'll be happy to hear what you've all been up to as well.

Different plans... coming to life... maybe.

Toshiya



credit : japistachoco







❝If you want someone to come closer to you, you will have to stop thinking that you’re bigger than what you actually are. Remove your odd pride. I think, it’s okay to show your own weakness! And then, it doesn’t only become easier for you but your partner will be closer as well.❞
— Toshiya (Dir en grey)

Credit : mademoisellefarah





Toshiya Aibiki no mori





อ่านแล้วสนุกดีเลยแปลมาฝากกัน จริงๆเพราะพูดถึงความหลังกันด้วยล่ะ มันเลยทำให้รู้สึกว่า คิดถึงช่วงเวลานั้นเหมือนกันแฮะ ^^ 


ใช้การแปลแบบจิตสัมผัส (ก๊าก เป็นไรกับพี่ริว?) ณ เวลานี้ไม่ว่าจะการเรียนหรือการพูดกับเพื่อนก็ยังคงใช้ภาษาแบบจิตสัมผัสต่อไป (พูดออกไปเพราะคิดว่ามันถูก ทั้งๆที่จริงๆมันถูกหรือเปล่าก็ไม่รู้!?) ภาษาออกแนวพัฒนาลงคลองเลยแปลมาเพื่อฝึกสมองหน่อย ผิดถูกยังไงก็ขออภัยมา ณ ที่นี้  ทุกอย่างเพราะอารมณ์พาไปล้วนๆโปรดเข้าใจด้วย 55+ เอาล่ะ ไปอ่านกันเล้ย~ ฮิ้ว~




Vol. 50

ณ สถานที่แห่งหนึ่งในโตเกียว เหล่าหนุ่มๆผู้เงียบขรึมได้รวมตัวกันที่บาร์ Toshiya มือเบส DIR EN GREY คนนี้คงไม่ต้องพูดถึง Inoue ผู้จัดการมากความสามารถที่รู้จักกันดีในความมึนเมาและผู้โอบอ้อมอารี (!?) และ Takabayashi ผู้ทำงานเป็นผู้จัดการสถานที่หรือ DIR EN GREY's roadie (คนคอยดูแลและเซตเครื่องดนตรี)

บทสนทนาสบายๆเริ่มต้นขึ้นระหว่างสามหนุ่ม วันหนึ่งในเดือน มกราคม ณ บาร์แห่งหนึ่งใน Tokyo ในระหว่างที่พวกเขาทำกิจกรรมอยู่ที่ใต้ดิน

Toshiya : หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป เมื่อไม่นานมานี้ที่ผมกับ Shinya ไปออกรายการวิทยุ ผมมีความสุขมากที่ได้พูดกับคนอื่นๆ และผมพูดมาก ผมไม่ได้พูดกับทุกคนหรอกนะ ผมเลยคิดว่า "ที่นั่นมีใครที่ผมสามารถพูดคุยได้" (หัวเราะ)

Inoue : คุณไม่ได้พูดจริงๆในระหว่างก่อนการถ่ายทำใช่มั้ย?

Takabayashi : เวลาผ่านไปอย่างเงียบๆและอากาศเป็นเพียงความหนาแน่นและความตึงเครียดในช่วงอื่นๆที่ไม่ใช่เวลาอาหาร ยังไงก็ตามแต่วันนี้พวกเรามาที่เพื่อวางแผนสำหรับจดหมายข่าว

Toshiya : มันเล่มที่ 50 แล้วสินะ (Haiiro no ginka)

Inoue : แล้วพวกเราจะพูดเกี่ยวกับอะไรดีล่ะ

Takabayashi : ทำไมพวกเราไม่ลองมาพูดเกี่ยวกับอดีตกันดูล่ะ?


พบกับ Inoue ซัง


Inoue : งานแรกของผมคือที่ Shibuya Koukaido live เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ปี 1998 ผมเริ่มเข้าร่วมครั้งแรกเมื่อ a knot ก่อตั้งขึ้น

Toshiya : ใช่แล้วล่ะ

Takabayashi : Inoue ซังทำงานและก้าวเดินไปพร้อมกับ a knot?

Inoue : ในวันนั้น ผมทำได้แค่ไปทักทายพวกเขาที่หลังเวที และผมยุ่งจริงๆกับการขายสินค้า พูดตรงๆเลยก็คือผมไม่สามารถจะมองดู live พวกเขาได้ ผมกลับไปดูและมองในขณะนั้น แต่ผมยิ้มออกมาจากใจจริงๆที่เจ็บปวดและคิดว่า "uwaa~ วงนี้ล่ะ!" สิ่งที่ผมฟังเป็นเพลงยุค 80 ทางฝั่งตะวันตก และเพลงญี่ปุ่นซะส่วนใหญ่ที่ร้องในคาราโอเกะ เพลงที่ฟังง่ายๆ ผมไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับ Visual-Kei

Toshiya : มันน่าอึดอัดใจนะ ทั้งหมดไม่ได้เป็นส่วนรวมในพื้นฐานใช่มั้ยล่ะ (หัวเราะ)  จากที่นั่นมันรู้สึกเหมือนว่าพวกเราถูกผูกมัดกับดนตรีที่เราฟังบ้างเป็นบางเวลา(หัวเราะ)

Inoue:  Toshiya น่ะจะฟังเพลงใกล้เคียงกับผม ถึงแม้ผมจะรู้ว่าจริงๆแล้วผมไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรกับสมาชิกคนอื่นๆ (หัวเราะ) จุดสำคัญของดนตรีมันค่อนข้างสำคัญ

Toshiya : สำหรับผมแล้วทั้งดนตรีฝั่งตะวันตกและญี่ปุ่น จริงๆแล้วผมฟัง Pop กับ Rock ยิ่งกว่านั้นผมเหมือนกับขาดรสนิยมในการฟังเพลง ครั้งแรกที่ผมได้พูดคุยกับ Inoue ซังก็ที่ที่อาคาร Oricon ที่นั่นมีงานอีเวนต์หรืออะไรสักอย่าง ที่ผมได้แนะนำตัวกับเขา "ผมพึ่งมาเข้าร่วมแต่จากนี้ผมจะทำอะไรอีกหลายๆอย่าง"

Inoue : นั่นเป็นก่อนที่จะพบกันและวางแผนทัวร์ทั่วประเทศ

Toshiya : ผมจำได้ว่าเราทั้งหมดอยู่ในคราบเมคอัพเต็มรูปแบบ

Inoue : สำหรับการบันทึกเสียงครั้งแรกผมเจอเขาที่ Shibuya Pine ผมออกแบบแผ่นพับ Shibuya ผมไม่ได้พูดกับเขาโดยตรง เพียงแค่ทักทายเท่านั้น

Toshiya : ในตอนนั้นพวกเรามีอะไรอีกเยอะที่ต้องเรียนรู้ (หัวเราะ)

Inoue : สำหรับเราสองคน (หัวเราะ) ผมยังไม่ได้ตัดสินใจที่จะเข้าร่วม(บริษัทในปัจจุบัน)

Toshiya: ใช่แล้ว มันเหมือนกับยังเป็นสิ่งชั่วคราว และถ้าคุณตัดสินใจที่จะเข้าร่วมอย่างเป็นทางการ พวกเราจะตั้งตารอที่จะเจอคุณ

Inoue : ที่นั่นมีงาน Oricon หลังจากงาน Shibuya จบ และผมได้บอกในระหว่างนั้นที่จะไป "JEALOUS" meet ans greet Tour

Toshiya : โอ้ใช่  ผมยังคงไม่ลืม Shizuoka Geo

Inoue : มาคู่กับสุดยอด "JEALOUS" คอสตูมและเมคอัพ

Toshiya : ถึงแม้ว่าที่นั่นจะไม่มีผู้เข้าชมเลยสักคน (หัวเราะ)

Takabayashi : แม้แต่ DIR EN GREY ยังมีช่วงเวลาแบบนั้นด้วย....นั่นเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง หลังจากวันที่ผมได้เข้าร่วม

Inoue : หลังจากนั้นมีการประชุมเกี่ยวกับผู้จัดการ DIR EN GREY ที่จะออกไป และระหว่างนั้นงาน Nakano Sun Plaza ในเดือนสิงหาคม ผมต้องทำทุกอย่างเพียงลำพัง

Toshiya : Rou Tokage to Garasu Hachi ? ใช่มั้ย

Inoue : คุณจำมันได้ดี คุณจำ (เรื่อง) ที่ Shibuya Koukaido live ได้ ?

Toshiya : อะไรคือ Shibuya Koukaido live ผมจำได้แค่ live

Takabayashi : เป็นการเติบโตอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นก็ที่ Sun Plaza และจากนั้นก็ไปที่ Budoukan ต่อได้แล้ว

Inoue : ในตอนนั้นสงสัยว่าพวกเราจะเพิ่ม Budoukan ลงไปได้มั้ย แต่ TOMMY ซัง คิดว่า พวกเขาควรจะทำมันก่อนที่จะเดบิวต์

Toshiya :ในเวลานั้นพวกเราไม่มีความคิดเลยว่าจะไปได้ไกลถึง Bodoukan เพราะฟังดูเหมือนว่า TOMMY ซังจะมีอำนาจในการตัดสินทุกอย่าง

Inoue : ถ้าผมมีอำนาจในการตัดสินใจเวลานั้นล่ะก็ผมจะทำอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นพวกเรายังมีเงินไม่เพียงพอสำหรับการผลิตและถ้าสมาชิกในวงต้องการทำอะไรในสิ่งที่ต่างออกไป พวกเราไม่สามารถที่จะทำได้ กับการทำงานที่ต้องบังคับตัวเอง พวกเรามีเพียงแค่ขนนกที่จะบิน


Toshiya : ในช่วงนั้น ? - I'll - ? เนื่องจากเราไม่สามารถพาคนที่เชี่ยวชาญมาได้ พวกเราจึงทำได้แค่ซื้อขนนกและยืมพัดลมไฟฟ้ามา แต่ลมมันไม่เพียงพอ  แทนที่จะ "เต้นรำ" มันกลับให้ความรู้สึกเหมือน "กระจัดกระจาย" เพราะปัญหาเหล่านั้นมันเลยเป็นอะไรที่น่าผิดหวังมาก

Takabayashi : นั่นเป็นสิ่งที่คิดไม่ถึงเลยจริงๆทั้งที่ระมัดระวังแล้ว ในตอนที่ตัดสินใจในการแสดงเดี๋ยวนั้น

Inoue : ในตอนนั้นยังแสดงอยู่ใช่มั้ย?

Toshiya : มันถูกจดจำในฐานะ live ยอดแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ Budoukan จนถึงเวลานี้ พวกเราไม่เคยมี live ที่มีคนมาชุมนุมทำอะไรผิดกฎหมาย ไม่ใช่สถานที่ๆจะมีมอนิเตอร์ (หัวเราะ) ผมมีความสุขนะ ผมแค่มีความรู้สึกเหมือนการขับรถและลงรันเวย์ หลังจากนั้นที่ผมก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีก ผมไม่รู้เลยจริงๆว่าผมทำอะไรลงไปบ้าง (หัวเราะ)

Takabayashi : Die ซัง ก็พูดเหมือนกันในรายการวิทยุ (หัวเราะ)

Toshiya : แต่ก่อนผมกับ Die น่ะเล่นผิดด้วย "หือ?" อะไร! มันเป็นอดีตไปแล้ว!? (หัวเราะ) (เรายังจำ live ที่มีพี่ Tot และพี่ Die เล่นผิดกันสองคนได้ดี ไม่ลืมเลือน 555+)

Inoue : นั่นล่ะ เพราะวงเราเล่นที่ ON AIR EAST และไม่กี่เดือนต่อมาก็ได้เล่นที่ Budoukan

Toshiya : แต่ผมยังคงไม่ลืมพลังและความตื่นเต้นในตอนนั้นได้เลย ผมไม่เข้าใจแต่ผมจำมันได้ลางๆว่าผมคิดว่า "ทำมันสิ" มันไม่ได้สำคัญว่าเราได้กำไรหรือขาดทุน มันเป็นสิ่งที่ผมอยากจะทำ เพราะผมต้องการที่จะทำมันจริงๆ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเมื่อผมมองกลับไปในเวลานั้น พวกเราจะต้องไปต่อไม่ว่าจะเป็น DIR EN GREY หรือวงอื่นๆก็ตามแต่ มันไม่ได้เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นที่สนุกสนาน แต่ผมคิดว่าพวกเราต้องทำอะไรบางอย่างและพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนั้น

Inoue : หลังจาก Budoukan live แรกที่คุณเล่นหลังจากเดบิวต์ที่ Akasaka BLITZ? a knot only live?

Toshiya : อา...ในตอนนั้นผมร้องไห้ (ยิ้ม) ^~^

Takabayashi : จริงน่ะ?

Toshiya : ใช่ มือกีต้าร์วงเก่าที่ผมเล่นน่ะเสียชีวิต ระหว่างที่พวกผมไปอัดเสียงที่สตูดิโอของ Yoshiki ซัง ที่ LA  เมื่อผมกลับมา ผมร้องไห้ในขณะที่เล่น "Akuro no Oka" ทุกคนในวงพูดว่า "มาทำสิ่งนี้ให้ดีที่สุดด้วยกัน" และพวกเราก็จับมือกันทั้งหมด ผมจะไม่มีวันลืมวันนั้นเลย

ช่วงเวลายุ่งๆของคุณ ?

Inoue : จากการที่เริ่มทำงานนี้ ผมไม่สามารถมีวันหยุดใดๆได้เลย ในหนึ่งวันเป็นเวลาที่นานมากๆ ผมได้นอนแค่ไม่กี่ชั่วโมง และนอนหลับในรถของสมาชิก และมีบางวันที่ผมไม่ได้อาบน้ำก็มี แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องที่ลำบากมาก ผมมักคิดบ่อยๆว่า "ทำไมเราต้องทำแบบนี้ด้วยนะ?" ผมต้องการหยุด แต่เมื่อผมพบว่าวงต้องการผมในฐานะผู้จัดการ ผมเลยคิดว่า "ฮ้า! ฉันจะทำมัน"  ผมไม่เคยคาดหวังว่าจะมีงานที่ผิดปกติแบบนี้ แต่เมื่อเวลาผมเริ่มคิด ผมต้องการที่จะทำงานกับวงนี้ ผมพยายามต่อสู้ จริงๆไม่มี ไม่มีวันไหนได้หยุดงานเลยแม้แต่วันเดียว และกำหนดการหนังสือสำเร็จเสร็จสมบูรณ์

Toshiya : ช่วงเวลายุ่งน่ะ ผมมีแค่ความประทับใจคือการเหน็ดเหนื่อยจากการแต่งหน้าทุกวัน

Takabayashi : แน่นอน น้อยครั้งมากที่จะเจอคุณโดยไม่ได้แต่งหน้า

Inoue : เมคอัพ 6 ชั่วโมง (สำหรับสมาชิกทั้งหมด) แต่ 6 ชั่วโมงไม่พอ โดยเฉพาะ Toshiya ยิ่งไม่พอ

Takabayashi : ทำไมล่ะ?

Toshiya : ถ้าผมไม่ชอบมันแค่นิดเดียว ผมจะเริ่มทำทุกอย่างใหม่

Takabayashi : อะไรนะ?

Inoue : พวกเขาจะเริ่มแต่งหน้าใหม่หลังจากเขาออกมาพูดในสิ่งที่ผมไม่เข้าใจแล้ว มันเหมือนกับว่า รออีกแป๊บนะ (หัวเราะ) ถ่ายแบบนิตยสาร 10 เล่ม คนแรกที่ต้องรอเลยคือ Toshiya เขาบอกว่าเขาจะแต่งหน้าใหม่อีก

Toshiya : ใช่ ผมปล่อยให้พวกเขารอเป็นเวลานานมาก (หัวเราะ)

Inoue : พิลึกจริงๆ (อารมณ์คงแบบไม่รู้จะว่ามันยังไง 555 มั้งนะ)

Takabayashi : นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมการถ่ายภาพถึงได้นานนัก ผมกลับมาเป็นผู้จัดการและเมื่อผมไปถ่ายรูปเมื่อเร็วๆนี้ ผมคิดว่า "นี่มันเร็วมาก~" ในระหว่างที่ถ่าย

Inoue : ในช่วงนั้น พวกเขาหลับในระหว่างถ่ายภาพ นั่นทำไมผมถึงพูดว่า "ได้โปรด พยายามอย่าทำลายทรงผมของคุณ!" พวกเขาจึงพยายามหลับโดยไม่ทำทรงผมพัง พวกเขาทำมันได้ดีจริงๆ แต่ Toshiya กับ Die ไม่สามารถจะทำตามได้ นั่นเป็นเพราะว่าพวกเขาหลับจริงๆ พร้อมกับใบหน้าและทรงผมของพวกเขาที่แบนเรียบ (หัวเราะ) ดังนั้นผมของพวกเขาจึงจำเป็นต้องทำซ้ำอีกครั้ง มันเป็นวัฎจักรอันเลวร้ายที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก และเมื่อวันถ่ายภาพเริ่มขึ้นและดำเนินต่อไปนั้น พวกเรามีเวลานอนเท่ากับศูนย์ชั่วโมง

Toshiya : ผมใช้เวลาอาบน้ำที่บ้านมันเป็นเวลาที่ไม่ปกติจริงๆ

Inoue : เวลานี้พวกคุณทั้งหมดออกไปที่ LA ใช่มั้ย

Toshiya : ทุกวันสนุกมากที่ LA

Inoue : ใน LA ที่นั่นมีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และผมสื่อสารได้แค่ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น ผมเลยมีเวลาว่าง แต่ผมต้องไปอยู่ที่สตูดิโอ ดังนั้นผมจึงใช้เวลาทั้งวันถ่ายวีดีโอ นอกจากนี้ผมได้เล่นบิลเลียดกับ GEORGE ซัง อื่นๆนอกเหนือจากนี้ผมก็ไปซุปเปอร์ และดื่มเชค

Toshiya : อืม เชคอร่อยนะ

Inoue : พวกเรามีสองสามอย่างที่ได้ทำร่วมกันอย่างสนุกต่อเนื่องในช่วงไม่กี่สัปดาห์ เพราะงั้นผมเลยคิดว่าผมจะสามารถทำมันได้ดีเมื่อผมกลับมาถึง Tokyo ผมอาจจะหยุดถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นที่ LA (หัวเราะ)

พบกับ Takabayashi
(ขณะใกล้จะปิดหัวเรื่อง)

Inoue : เรากำลังจะพูดถึงความทรงจำ 10 ปีที่มีค่ามาก

Takabayashi : นั่นคงจะใช้เวลานานสินะ (หัวเราะ)

Toshiya : ใช่ (หัวเราะ) เมื่อไรที่ Tooru เข้าร่วม?

Takabayashi : ผมเข้าร่วมหลังจากที่พวกคุณปรากฏใน POP JAM ที่เล่น "YOKAN"

Toshiya : ใช่ (หัวเราะ) นั่นคือตอนที่เราทุกคนอยู่ในชุดสีขาวทั้งหมด

Takabayashi : คุณเท่านั้นที่มีอิมเมจสีดำ ผมแปลกใจจริงๆ (เลคกิ้งดำขาวนั่นเหรอ 55)

Toshiya : นั่นคือตอนที่ผมลงจากเวที

Takabayashi : ใช่ล่ะ สองวันก่อนผมได้รับโทรศัพท์จาก KINAO ซัง เขาถามผมว่า "คุณมาก่อนวันพรุ่งนี้ได้มั้ย" ในระหว่างนั้นผมคิดว่า "ตอนนี้ผมอยู่ที่ Nagano นะ" ตอนที่ผมฟังโทรศัพท์อยู่ (หัวเราะ)

Toshiya : ในทางตรงกันข้าง เขาอาจจะคิดว่าคุณจะมาได้แน่นอนใช่มั้ย?

Takabayashi : ใช่ ผมตอบว่า "ผมจะไป" ผมเลิกทำงาน part-time ในวันนั้น และตกลงที่จะมา Tokyo แต่ผมคิดว่า ผมจะทำอะไรเมื่อผมถึงที่นั่น ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อผมมาถึง Tokyo ผมทำกระเป๋าเงินหาย ผมถังแตก

Toshiya : ระหว่าง POP JAM ผมเห็นคุณและคิดว่า "เกิดอะไรขึ้นกับผู้ชายคนนั้น?" ที่นั่นมีบางคนที่ผมไม่รู้จัก (หัวเราะ)

Takabayashi : ผมคิดว่าผมมีใบหน้าที่หดหู่มากเลยล่ะ (หัวเราะ) ผมไม่มีเงิน และนอกจากนี้ผมจะเป็น roadie แต่ผมก็ทำใบขับขี่หาย (ร้องไห้) แต่เมื่อผมเป็น roadie ผมรู้สึกว่า ผมไม่มีเวลาที่จะได้พักผ่อนเลย

Toshiya : ผมคิดว่าเวลา Toru เป็น rodie ที่ทนทาน

Takabayashi : แม้ว่าเครื่องดนตรีจะไม่ได้ใช้ ผมจะอยู่ในสถานที่สัมภาษณ์ด้วยเหตุผลบางอย่าง

Toshiya : คุณอยู่กับพวกเราเสมอ

Takabayashi : ใช่ ผมต้องการขัดกีต้าร์ในระหว่างที่คิด  "เมื่อไรพวกเขาจะใช้กีต้าร์?" หลังจากนั้นพวกเขาก็มาบอกผมว่า "พวกเขาไม่ใช้มันในภาพถ่าย" (หัวเราะ) จริงที่ว่าผมมาก่อนสมาชิก แต่ผมจะมาก่อนเพื่อเตรียมความพร้อมในเครื่องดนตรี...มีหลายครั้งที่ผมคิดว่า "ผมไม่ควรมาเพิ่มบิตในตอนหลัง?" (หัวเราะ)

Toshiya : คุณมาก่อนพวกเราทั้งหมด ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ต้องการ แต่มันแปลกที่ (Staff DIR EN GREY) แม้พวกเขาจะมีเวลาที่ยุ่งยากแต่มันเยี่ยมมากเลยเมื่อ Tooru กลับมา

Takabayashi : แต่มีสิ่งที่ผมได้เรียนรู้ ผมคิดว่าความเจ็บปวดมีมากอย่างไม่มีเหตุผล (หัวเราะ) ในระหว่างที่ผมคิด "เอายังไงดีล่ะ" (หัวเราะ)

พวกเขา 3 คนยังมีอีกหลายสิ่งที่จะพูด แต่รุ่งอรุณใกล้จะมาแล้ว...ต่อฉบับที่ 52




Vol 52





มาต่อกันแบบ non stop เลยแล้วกันนะ  (ปาดเหงื่อ)


ณ บาร์แห่งหนึ่งใน Tokyo กับ 3 หนุ่ม Part 2 กับบทสนทนาระหว่าง Toshiya ผู้จัดการ Inoue และ Takabayashi ต่อจาก vol.50 บทสนทนาที่เกิดขึ้นกับอาหารเลิศรส เอาล่ะคืนนี้มาเริ่มพูดคุยกันต่อเลย

วันหนึ่งในเดือน กรกฎาคม ณ บาร์แห่งหนึ่งใน Tokyo


Takabayashi : ต่อเนื่องจากทัวร์ GAUZE

Inoue : PSYCHONNECT~Arashi no Mae no Bousou”?

Takabayashi : Single นั้นทำการบันทึกเสียงที่ LA และการบันทึกเสียงในอัลบั้มทำที่ทะสาป Yamanaka

Inoue : เกือบจะเป็นแคมป์บันทึกเสียงเลยล่ะ

Toshiya : พวกเราบันทึกเสียง "Myaku" ที่นั่นด้วยใช่มั้ย?

Inoue : ใช่แล้ว ในตอนนั้นพวกเราเข้าแต่สตูดิโอกัน

Toshiya : อืม ที่นั่นเป็นสตูดิโอหนึ่งที่ Chage and Asuka ใช้จัดการ

Inoue : นั่นคือในช่วง GAUZE"

Takabayashi : คุณได้ใช้ Warner สตูดิโอ มั้ย?

Toshiya : ผมรู้สึกว่าพวกเราจะใช้ Warner สตูดิโอ บ่อยสุดในช่วง MACABRE

Inoue : ช่วงเวลานั้นพวกเราใช้สตูดิโอนั้นบ่อยๆ เรียกว่าเป็นสตูดิโอที่เหมาะเลยทีเดียว เมื่อผมรับสมาชิกในวงและส่งพวกเขาเข้าสตูดิโอ ผมรู้สึกว่า "นี่มันอะไรกันเนี่ย?"

Toshiya : ทำงานเป็นสองเท่า (หัวเราะ)

Inoue : แม้ว่าสมาชิกแต่ละคนจะไม่ได้อยู่ห่างกันมาก กว่าจะรับพวกเขาขึ้นรถได้หมดก็มากกว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว ถ้าคุณคำนวนหนึ่งชั่วโมงในการรับสมาชิกคนแรก 1-2 ชั่วโมงในการรับทุกคนได้ครบ และ 1 ชั่วโมงไปยังที่หมาย  ท้ายที่สุดผมต้องเตรียมทุกอย่างให้พร้อมราวๆ 4 ชั่วโมงออกจากบ้านไปจนถึงที่หมาย

Toshiya : ใช่แล้วล่ะ (หัวเราะ) ในตอนนั้นกว่าผมจะออกจากบ้านได้ก็ 20 นาทีใน 1 ชั่วโมงละ

Inoue : ไม่! มากกว่านั้น! ผมไม่อยากจะพูด แต่คุณพูดอะไรเนี่ย (หัวเราะ)

Toshiya : จริงน่ะ (หัวเราะ) คุณมาที่บ้านผมและผมไม่ยอมออกจากที่นั่นซะที หลังจากนั้นคุณก็บอกผมว่า "พวกเราจะไปกันแล้วนะ" (หัวเราะ)

Inoue : ใช่ มันเป็นเรื่องปกติสำหรับผมไปแล้วในการรอ Toshiya และ Kaoru 1 ชั่วโมง (หัวเราะ)  เพราะอย่างนั้นล่ะที่ผมคิดว่า ผมเสียเวลาไป 2 ชั่วโมง เมื่อยิงยาวไปแล้วก็ไม่สามารถขยายเวลาไปได้จนถึงเช้า 1 ชั่วโมงในการรอ Toshiya และ 1 ชั่วโมงในการรอ Kaoru ผมออกจากบ้านของผมก็เป็น 5 ชั่วโมงละ

Toshiya : ผมจำได้ (หัวเราะ) ผมคิดว่าคนเดียวเท่านั้นที่มาเช้าเสมอคือ Shinya

Takabayashi : ไม่ได้คุยกับสมาชิกในวงเกี่ยวกับเรื่องนี้เหรอ

Inoue : มันแตกต่างนะ มันเหมือนการแข่ง "นับตั้งแต่เขามาช้า ก็โอเค เขามาสาย" สองคนนั้นน่ะ (Toshiya Kaoru)โดยเฉพาะอย่างยิ่งเลย (หัวเราะ)  คุณมีเวลาพอที่จะฟังเพลงได้ทั้งอัลบั้มเลยล่ะ (หัวเราะ)

Takabayashi : มันนานจริงๆล่ะ (หัวเราะ)

Toshiya : คุณไม่ดีใจเหรอ ที่คุณจะฟังเพลงได้ตั้งเยอะน่ะ (หัวเราะ)

Inoue : ผมฟังเพลงโปรดของผมล่ะ Duran Duran (ทุกคนหัวเราะ)

Toshiya : นานมาแล้วนะนั่น

Inoue : ผมไม่ให้พวกเค้าฟังเพลงโปรดของพวกเขาหรอกนะ ผมบอกว่า "ผมขับ ผมจะเลือกเอง" (หัวเราะ) มีครั้งหนึ่งที่ผมติด Denki Groove’s “Shangri-La” และผมจะเล่นแต่เพลงนี้ แน่นอนล่ะทุกคนพากันโกรธผม (หัวเราะ)

Takabayashi : ว้าว...1 ชั่วโมงที่รอคอย ตอนนี้เร็วเลยล่ะ

Inoue : ตอนที่ผมไม่ได้อยู่ที่นั่น และเมื่อผมกลับมา ผมก็ปล่อยให้สมาชิกเค้าได้พูดคุยกัน (หัวเราะ)

Toshiya : ผมคิดว่าในตอนนั้น ผมอยากจะอาบน้ำหลังจากที่ผมได้รับโทรศัพท์ (ยิ้มแหยๆ)

Inoue : รถที่พวกเราขับเวลานั้นเสียงดังมาก แม้ว่าผมจะเรียกพวกเขาก่อนสิบนาที แต่พวกเขาก็ไม่ตื่น และหลังจากนั้นพวกเขาจะตื่นเมื่อได้ยินเสียงรถ และ Kaoru เริ่มสูบบุหรี่ ผมคิดว่า ผมทำงานทุกวันค่อนข้างหนัก ผมไม่มีวันหยุดเลย เพราะว่าพวกเขาต้องการคนขับรถไปรอบๆ 6 ชั่วโมงไปรับไปส่งในแต่ละวัน ใช่มั้ย?

Takabayashi : มันเหมือนเสียเวลานะ (หัวเราะ)

Inoue : อา...วันยุ่งๆ แต่ผมทนสองคนนั้นไม่ไหวอีกแล้วนะ Kaoru Toshiya! (ทุกคนหัวเราะ)

-สั่งอาหาร Tamago gake Gohan (ข้าวกับไข่ราดหน้า)-


Mousou Toukaku Geki” “GAUZE-62045-“ CLIP Filming

Inoue : มาพูดเกี่ยวกับ 3 เดบิวต์ซิงเกิ้ลที่ปล่อยมา  พวกเราเริ่มต้นจากอินดี้ ผมไม่รู้กับ "JEALOUS"

Toshiya : นั่นหลังจาก -I'll-

Inoue : เพราะว่าครั้งแรกผมที่นั่นคือ -I'll-

Toshiya : โอ้ใช่ล่ะ "JEALOUS" มาก่อน? ผมคิดว่า "Unknown~" (Unknown???Despair???a Lost) ถ่ายทำที่ลานโบว์ลิ่งเซนเตอร์

Inoue : ตั้งแต่ที่ผมได้เข้าร่วมจาก meet and greet tour ไม่ว่าร้านไหนก็ตามที่เราไป จะเล่นเพลง “JEALOUS” กับ “Unknown~” เหมือนกับ “JEALOUS” จะส่งผลสะท้อนกับ “Unknown~” ด้วย

Takabayashi : ผมชอบนะ

Inoue : ถ้าผมจะร้องเพลงสักเพลงในคาราโอเกะ ผมจะเลือก “JEALOUS”

Toshiya : คุณจะร้องเพลงนั่น? (หัวเราะ)

Inoue : เครื่องแต่งกาย "JEALOUS" น่ะมีผลกระทบมาก เมื่อผมเข้าร่วมผมไม่รู้ชนิดของเครื่องแต่งกายเลยว่ามันคืออะไร ผมไม่เคยเห็นเครื่องแต่งกายที่เคลือบมันวาวมาก่อน

Toshiya : อืม เอาตามตรงเลยนะ ผมก็รู้สึก S&M-ish (หัวเราะ)

Inoue : ผมสงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาระหว่าง live เมื่อเหงื่อพวกเขาออกกับเสื้อผ้าพวกนั้น

Toshiya : อืมมันไม่ดูดซับเหงื่อ ทุกอย่างแค่ไหลออกมาเท่านั้นล่ะ (หัวเราะ)

Inoue : มันเหนื่อยมากเลยใช่มั้ย ?

Toshiya : ใช่แล้วล่ะ

Inoue : สิ่งที่ผมจำได้กับ “GAUZE” คือช่วง CLIP collection

Toshiya : นั่นมันเยี่ยมเลยใช่มั้ยล่ะ?

Takabayashi : คุณไปเพื่อถ่าย Clip

Inoue : ใช่ พวกเราถ่าย  “Schwein (Schwein no Isu) และ “Tsumibatsu (Tsumi to Batsu)” ที่ Yubari เหมืองถ่านหินเก่า

Toshiya : เจ้าของเหมืองได้ทำบาร์บีคิวสำหรับพวกเราด้วย และผมได้ Yubari melon ด้วยนะ(หัวเราะ)

Inoue : พวกเขาใจดีกับพวกเรามากเลยใช่มั้ย?

Toshiya : ใช่ shot 304 เช่นกัน (304 Goushitsu, Hakushi no Sakura)”

Inoue : 304 Goushitsu ไม่มีฉากให้แสดงใช่มั้ย?

Toshiya : ใช่

Inoue :  สำหรับ “Tsumi to Batsu” ทุกคนจะกระโดดจากหินกับหลุมประหลาดพวกนั้น

Toshiya : ใช่ ที่นั่นมี พวกเขาบอกพวกเราว่า "กรุณาเล่นที่นี่" (หัวเราะ)

Inoue : เหตุการณ์ที่น่าสนใจคือ  “Schwein” มันเรียบง่ายแต่ผมชอบกับสถานที่ซากปรักหักพัง

Toshiya : จริงเหรอ?  “Schwein” ดูยากนะ

Inoue : ดูยาก?

Takabayashi : การตัดต่อค่อนข้างจะตัดไปเร็ว

Toshiya : เป็นปกติ มนต์สัมผัสของ Kondo ซัง (Visual trap)(หัวเราะ)

Inoue : อาจจะเป็นงั้น


"GAUZE" Album TOUR


Takabayashi : ทัวร์ "GAUZE" เดือนกรกฎาคม 1999 ในหัวข้อ “PSYCHONNECT -mode of GAUZE-"

Toshiya : พวกเราเล่นที่ live house?

Takabayashi : live แรกที่เล่นคือ Club CITTA

Toshiya : อา...เวลานั้นที่ CITTA

Takabayashi : หลังจากนั้น“MASK” CLIP ที่ live house ด้านบนของ VIVRE Amagasaki

Toshiya : อ้าใช่พวกเราถ่ายกันที่นั่น ผมจำได้ดี

Inoue : ใช่ เพราะว่าการวางเครนในนั้นเริ่มมีปัญหา

Toshiya : พวกเราเถียงกันด้วยใช่มั้ย? พวกเขาบอกเราว่าลูกค้าไม่สามารถไปได้ถ้าพวกเราวางเครนในนั้น แต่ผมมีความสุขเกี่ยวกับการวางเครนที่นั่นนะ ก่อนที่พวกเราจะแขวนกล้องไว้ที่เสาไม้ไผ่ (หัวเราะ)

Inoue : (หัวเราะ) (ก้มลงดูกำหนดการ) โอ้ ใช่~ “Mr.GAUZEMAN”  นอกจากนี้พวกเรายังใช้ตุ๊กตาที่ live ด้วย แต่ลืมที่จะแพคไว้ในรถบรรทุกอุปกรณ์ ดังนั้น  Aki ซัง (Label Representative) จึงนำมันมาพร้อมกับเขาในชินคันเซ็น เขาเล่าว่า มีหลายคนที่มองเขาด้วยสายตาแปลกๆ

Toshiya : เอ~? คุณจำมันได้ดีเลยนะ เกิดอะไรขึ้นกับ “Mr.NEWSMAN”  (หัวเราะ)

Inoue : มี Mode 01 จนถึง 20 แต่ที่ Amagasaki, Hiroshima, Kochi และ Sendai เท่านั้น “Mr.GAUZEMAN”.

Toshiya : นั่นสินะ

Inoue :โหมดสุดท้ายที่ใช้ในการแสดง 4 ที่ Nagoya Citizens Hall, Osaka Pension Hall, Yokohama Area, และ Rokumeikan

Toshiya : ผมมีความทรงจำที่ดีมากมายเลยล่ะที่ Rokumeikan (ยิ้ม)

Inoue : Yokohama arena เป็นหนึ่งเดียวที่มีอิทธิต่างๆใช่มั้ย มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างทัวร์ GAUZE ?

Takabayashi : มันวุ่นวายนะ (หัวเราะ) ทุกคนกระโดดโยกหัวกัน

Inoue : อา~ ผมล่ะเกลียด  “Aoi Tsuki” กับ “Zan” (หัวเพราะ)

Toshiya : ผมกระโดดมากไปมั้ย?

Takabayashi : ไม่หรอก แต่เมื่อตอนที่คุณกระโดดที่ Nagano น่ะ มันเป็นเรื่องยากมากที่จะดึง Toshiya ขึ้นมา ตัวของคุณใหญ่มาก (หัวเราะ)

Inoue :  ใกล้ๆทัวร์จะจบ คุณปรากฏตัวในงานอีเวนท์ที่ Asty Tokushima

Toshiya : มันคืองาน Pocari Sweat ? (เครื่องดื่ม)

Inoue : ใช่ Rina Chinen กับ Amika Hattan ก็ไป (หัวเราะ)

Toshiya : นั่นมันนานมาแล้ว(หัวเราะ)

Takabayashi : ผมคิดว่าเพลงแรกคือเพลง Zan

Toshiya : ใช่แล้ว พวกเราปรากฏตัวในชุดขาวในช่วง "Yokan"

Takabayashi : พวกคุณเล่นหนึ่งเพลง "Zan" 30 นาทีในระหว่าง live

Inoue : ถ้ายาวที่สุดเลยคือ 42 นาที เป็นวีดีโอที่ยาวที่สุดของผม (หัวเราะ)

Toshiya : Shinya นั่นล่ะแย่ที่ทำให้พวกเรามีเวลาที่ยากเย็นแบบนี้ (หัวเราะ)

Inoue : ในตอนต้นผมไม่รู้เลยจริงๆว่าใครตัดสินใจกับความยาว(ของเพลง) ใน live ผมคิดว่าเพลงจะจบยังไงนะ เมื่อผมรู้ว่า Kaoru สำหรับเพลง “Aoi Tsuki” และ Kyo สำหรับเพลง “Zan” ในที่สุดผมก็คลิก (ทุกคนหัวเราะ)

Toshiya : ดีแล้วล่ะที่ไม่ใช่ผม (หัวเราะ)


Hall Rokumeikan Secret LIVE, Event etc.


Takabayashi : หลังจากประจำที่ (live) hallแล้ว มันเป็นlive ครั้งแรกของคุณใช่มั้ยที่ Yokahama arena

Toshiya :  เก้าอี้ใน hall มักจะหักบ่อยๆล่ะ (ยิ้ม)

Inoue : เก้าอี้พังและมีเลือดปลอมติดอยู่ หลายครั้งที่พวกเราได้บิลเรียกเก็บเงินหลังจากนั้น

Takabayashi : ที่นั่นมีเลือดปลอมด้วย?

Toshiya : หลังจากนั้นไม่ใช่เลือดปลอม

Inoue : ถ้าหากเป็น ก็เป็นปัญหาที่พีคสุดๆละในทัวร์

Toshiya : เลือดปลอมไม่ได้อยู่ในช่วงนั้น นั่นมันช่วงระหว่าง "Kisou" ไม่ใช่เหรอ?

Inoue : มันช่วงนั้นเหรอ?

Takabayashi : หลังจากเล่น live ที่ Yokohama Arena กับ Meguro Rokumeikan Secret live มีคนพบมัน

Toshiya : มันชื่ออะไรนะที่พวกเราวางในตอนนั้น?

Takabayashi : พวกเราไม่ได้ปล่อยชื่อไปไม่ใช่เหรอ ถ้าผมจำได้

Inoue : เราไม่ได้ปล่อยอะไรออกไปทั้งนั้น เริ่มมีคนสังเกตเห็นและเริ่มส่งมอบกันต่อๆนั่นล่ะ พวกแฟนๆก็บอกเพื่อนของพวกเขาต่อเพื่อกระจายความตื่นเต้นกัน

Toshiya : ดังนั้นพวกเราจึงไม่ได้บอกชื่อไปก่อน

Inoue : พวกเรา?

Toshiya : พวกเราไม่ได้โพสต์กำหนดการแสดงรายเดือนของ Rokumeikan?  ก็จะไม่แปลกอะไร ถ้าที่นั่นมีคนไปรวมกันทั้งๆที่ไม่ได้มีการโพสต์อะไรบอก

Takabayashi : แต่มีหนึ่งคนนะเมื่อผมไปที่นั่นน่ะ เขามองดูเหมือน "อืม...อาจจะเป็นแฟนคลับ?" แต่เธอไปคนเดียว ผมไม่รู้นะ (หัวเราะ)

Toshiya : พวกเราปล่อยอะไรออกไปงั้นเหรอ? โปสเตอร์กับคำที่ว่า “Final mode:IV” ถูกนำมาใช้ในงานโฆษณาวันนั้นนี่?

Inoue : ผมคิดว่าผมจะสอบถามไปที่ Rokumeikan

Toshiya : ผมจะจำ Rokumeikan ไว้

Takabayashi : ผมจะไม่ลืมมันเช่นกัน

Toshiya : ผมปวดคอมากและก็มีเปลมาหามผมออกไป (ยิ้มแหยๆ)

Takabayashi : ในตอนนั้นอาจเป็นครั้งแรกของผมที่ได้รับมอบหมายให้เป็น rodie ของ Toshiya ซัง และ Toshiya ซังไม่สามารถกลับไปที่เวทีได้ในช่วงอังกอร์ ผมคิดว่าเขาจะต้องทำอะไรสักอย่างแล้วล่ะ (หัวเราะ)

Toshiya : ฮาๆๆๆ (หัวเราะ) หลังจาก Live หลักเสร็จ ผมทรุดตัวลงกับโซฟาแล้วก็ลุกไม่ขึ้นอีก นั่นมันค่อนข้างแย่มากเลยล่ะ ผมยังคงอยู่ในเมคอัพและทรงผมเต็มยศ เมื่อผมถูกส่งไปที่โรงพยาบาล ผมใช้เวลาวันนั้นกับทรงผมและเมคอัพ จนวันต่อมาที่ Yamada ซัง (Hair and Makeup)  มาเอาเครื่องสำอางค์และทรงผมของผมออกให้

Inoue : ฮี่ๆๆ ฮาๆๆๆ (หัวเราะ) มันเป็นตอนที่ดีที่สุดเลยนะ

Toshiya : มันเลวร้ายที่สุดต่างหาก แต่จริงๆผมคิดว่า (หัวเราะ) "มันแย่มาก" เพราะว่าในระหว่าง live น่ะ ผมได้ยินเสียงดังแคร็กจากหลังของผม

Inoue : แต่คุณก็ทำมันได้เสร็จสมบูรณ์แล้วล่ะใน Live หลักใช่มั้ย?

Toshiya : ผมทำได้ดีในช่วงนั้น แต่มาครึ่งทาง ผมไม่สามารถจะขยับคอได้มากเท่าไร ในตอนนั้นล่ะที่ผมรู้สึกกลัว (หัวเราะ) เมื่อผมพยายามลงจากบันได Rokumeikan และฝืนตัวไปทรุดลงกับโซฟาและผมไม่สามารถลุกขึ้นได้แล้วนั่นล่ะ ผมเลยบอกว่า "เรียกรถพยาบาลที"

Takabayashi : บันไดที่ Rokumeikan มันชันมากใช่มั้ยล่ะ

Toshiya : ผมกังวลกับพื้นที่ลาดเอียงตอนที่จะลง

Takabayashi : คุณเริ่มออกกำลังกายตั้งแต่ตอนนั้น?

Toshiya : ไม่ ผมไม่ได้เรียนรู้จากบทเรียนนั่นเลย (หัวเราะ) หลังจากนั้นผมก็เจ็บสะโพก เพราะว่าเจ็บสะโพกนั่นล่ะ Yoko จัง (Okan Sport trainer) จึงเข้ามา แต่มันก็นานมาแล้วนะ (หัวเราะ)

Takabayashi : หลังจากนั้นงาน a knot only ที่ Nishi Azabu  และ Nagoya Diamond Hall ใช่มั้ย

Toshiya : ใช่แล้วล่ะ Nishi Azabu YELLOW FC Limited live.

Inoue : อืม YELLOW มี 3 ชั้น และพวกเราคุยกันว่าจะสามารถทำอะไรที่แตกต่างกันและเมื่อพวกเราพยายามกัน พวกเราก็ได้รับเสียงที่ไม่พอใจจากเหล่าแฟนๆ

Toshiya : ใช่ พวกเราทำ (หัวเราะ) เนื่องจากที่นั่นมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มันเลยเริ่มจาก "ทำไมไม่ให้วัยรุ่นเข้า"

Inoue : ที่นั่นมีจอแต่ละชั้น พวกเค้าจะไม่ให้วัยรุ่นผ่านไป และที่นั่นจะมองไม่เห็นสมาชิกโดยตรง แต่พวกเขายังบอกว่าผู้ชมทนทุกข์ทรมานมาก

Toshiya : แต่มันเป็นความคิดที่น่าสนใจนะ (ยิ้มแหยๆ)

Inoue : แล้วหัวข้อที่ Diamond Hall ล่ะ “Shiwasu no Yoru ni Ashi Yon no  Ji Katame!?” ใช่มั้ย ?

Toshiya : ประมาณนั้นล่ะ

Inoue : ที่นั่นสำหรับแฟนคลับเท่านั้น

Takabayashi : ช่วงเวลานั้นเป็นรูปแบบ Chono ที่ออกมา

Inoue : ผมไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับมวยปล้ำ

Toshiya : นอกจากนี้ ผมไม่รู้ความหมายของ “Shiwasu no Yoru ni Ashi Yon no Ji Katame!?” เลยนะ

Takabayashi : ที่นั่นมีเรื่องที่ผมอยากจะลืมด้วยนะ ในระหว่าง Live น่ะ

Inoue : เอ? อะไร ๆ?

Takabayashi : ในเพลงแรกน่ะ ที่ Kyo ซังกระโดดไปหาคนดูและ Live ก็ต้องหยุด ในตอนนั้นผมได้ยินบางเสียงพูดว่า "ฉันอาจจะกระโดด" แล้ว Inoue ซังก็โกรธผมมากและบอกผมว่า "ถ้าคุณรู้แล้วคุณก็ควรจะบอกผมก่อน"

Inoue : จริงเหรอ? อาใช่ล่ะ เพราะว่าตอนนั้นผมไม่ควรรู้อะไรเลย (หัวเราะ)

Toshiya : ฮาๆๆๆๆๆ (ระเบิดเสียงหัวเราะ) นั่นเป็นคุณสมบัติของคนกรุ๊ป A สินะ

Inoue : น่าา...เพราะว่าผมควรจะรู้ทุกอย่างก่อน

Toshiya : แต่ผมคิดว่าผู้นำของเราจะต้องมีคุณสมบัติอย่างนี้นะ

Inoue : ถ้ามีบางอย่างที่เดินไปข้างหน้าโดยที่ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย ผมคิดว่า "ดีล่ะ ไปต่อด้วยตัวของตัวเองเลย โดยไม่ต้องมีฉัน"

Toshiya : ยุ่งยากมาก (หัวเราะ)

Inoue : มันยุ่งยากจริงล่ะ เพราะว่าครึ่งหนึ่งของความเป็นญี่ปุ่นและเลือดกรุ๊ป A (หัวเราะ)


December 18, 1999 Osaka-jo Hall Solo LIVE


Inoue : หลังจาก Diamond Hall live แล้วก็กับหัวข้อยาวๆที่ Osaka-jo Hall live ที่ Jo hall น่ะ ทำให้พวกเราโกรธจริงๆ

Toshiya :  นั่นคือตอนเช้าหลังจากที่ Live จบ

Inoue : มันเหน็ดเหนื่อยมาก ปัจจัยหนึ่งที่เป็นเหตุผลให้พวกเราโกรธนั่นคือเรื่องเวลา ที่พวกเราสายไป 1 ชั่วโมง ที่นั่งถูกทำลาย สมาชิกไม่ได้ลงจากเวทีเลย 3 เหตุผลนั่นล่ะ

Takabayashi : Live เลทไป 1 ชั่วโมงเลยเหรอ?

Toshiya : มันเพราะวีดีโอไม่เล่น (หัวเราะ)

Inoue : พวกเรายังมีคอสตูมสำหรับ Osaka-jo hall แต่ที่นั่นทำอะไรก็กระท่อนกระแท่น พวกเราเลยปรับเปลี่ยน เลยยุ่งยากมากสำหรับการจัดเตรียมอะไรต่างๆ

Takabayashi : จะบอกว่า Osaka Jo Hall ไม่มีรถไฟ

Toshiya & Inoue : มีๆ ที่นั่นมี

Inoue : เพราะว่าพวกเราต้องการรวมคนจากทั่วญี่ปุ่น พวกเราเลยทำม่าน DIR EN GREY ทำทุกอย่างติดตามรถไฟ รถ

Toshiya : นั่นสนุกมาก

Inoue : พวกเรายังจัดงานอีเวนท์และพวกเราก็ได้ข้อคิดเห็นเยอะเลยล่ะ

Toshiya : มันดีไม่ใช่เหรอ? บางทีพวกเราอาจจะลองกันอีกครั้ง (หัวเราะ)

Inoue : มันเป็นไปไม่ได้ไม่ใช่เหรอ ใช่มั้ย ?

Toshiya : นั่นสินะ

–Tamago gake gohan มาถึง-





Inoue : พวกเราโกรธที่ ที่นั่งถูกทำลาย และก็มีการประชุมในเช้าวันต่อมา (ยิ้มแหยๆ)

Toshiya : พอมองกลับไป ความรู้สึกของ Die Shinya แล้วก็ผมคือ "ทำไมพวกเขาต้องโกรธพวกเราตั้งแต่เช้านะ?" ผมไม่ได้เป็นคนที่เดินลงจากเวที (หัวเราะ) ผมพูดไม่ได้จริงๆเกี่ยวกับพวกเขาน่ะ (หัวเราะ)

Inoue : แต่ถ้ากระโดดลงจากเวทีน่ะ ถึงจะกระโดดอย่างพิเศษยังไง แต่เหตุผลจริงที่พวกเขาโกรธ เพราะเก้าอี้ที่นั่งคนดูเริ่มถูกทำลายและได้รับความเสียหาย  ถึงแม้ว่า "เก้าอี้เสริม" จะถูกเขียนลงในตั๋ว แต่จากสถานที่และอุปสรรคที่ด้านหน้าที่ใช้ในการยืน พวกเขาบอกว่ามันเป็นอะไรที่แปลก ถ้าพวกเขาจัดที่นั่งยังไงพวกเขาก็ยังได้เห็นการแสดง

Takabayashi : มันเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดความรำคาญมากเลยล่ะ

Inoue : มันเป็นสิ่งที่พวกเขาตำหนิและโกรธกับเรื่องนั้น ผมคิดว่าพวกเราไม่เคยกลับไปเล่นที่ Hall นั้นอีกเลย

Toshiya : พวกเขาบอกว่า "คุณต้องการที่จะไม่เล่นที่ hall นี้อีกใช่มั้ย?" ในการประชุมตอนเช้า

Inoue : นั่นน่ะผู้อำนวยการ หัวหน้าในเครื่อข่าย Hall นะนั่น

Takabayashi : โอ้วว์

Inoue : พวกเรายังบันทึก Live และบันทึกเทปของแต่ละคนไว้ นั่นน่ะมันสำคัญมาก ถ้าการทำงานเริ่มจะไม่มีประสิทธิภาพ พวกเราก็อยากจะหยุดการแสดง แต่ในเวลานั้นถ้าพวกเราหยุด พวกเราไม่ควรเลย แต่ถ้าพวกเราหยุด "Zan" สมาชิกอาจจะทำมันอีกครั้งจากจุดเริ่มต้น นั่นเป็นเหตุผลที่ผมขอร้องพวกเขาอย่างจริงๆ "ครั้งสุดท้ายนะ!"

Toshiya : แต่มันก็ไม่จบ (หัวเราะ)

Inoue : แม้ว่าผมจะถามเขาให้เล่น "Zan" ปกติแค่ 5 นาทีพอ เพราะโชว์จะได้จบ แต่พวกเขาก็ไม่ทำมัน (หัวเราะ)

Takabayashi : แน่นอนล่ะ พวกเขาไม่ทำ (หัวเราะ)

Toshiya : พวกเราไม่ทำ (หัวเราะ) ในทางตรงกันข้ามพวกเราเริ่มจะดื้อ

Inoue : พวกเขาแสดงต่อไปบนเวที และพูดว่า "หยุดพล่ามซะ!" นั่นเลยเป็นเหตุผลที่ว่าพวกเขาปล่อยให้เราเล่น Live จนจบ และจากนั้นพวกเราก็ถูกโกรธ (หัวเราะ) แล้วเราก็ต้องขอโทษพวกเขา (พวกเจ้าหน้าที่ใน Hall) จากนั้น Tsucchi (event organizer) ได้มาบอกผมอย่างชัดเจนในเวลานั้นว่า "ผมจะหยุด"

Toshiya : ใช่ล่ะ แม้เจ้าหน้าที่จะบอกกับพวกเราว่า "พวกเราไม่อยากจะอยู่กับวงนี้"

Inoue : ก่อนที่วีดีโอจะปล่อยออกไป ผมต้องพบผู้อำนวยการ Hall พร้อมกับกล่องเค้กและบอกว่า "ได้โปรดอนุญาตให้เราออกวีดีโอด้วยเถอะครับ" แล้วเขาก็บอกว่าตกลง แต่ต้องไม่มีภาพเก้าอี้ที่นั่งที่ถูกทำให้เสียหายรวมอยู่ในวีดีโอนั่นด้วย เป็นวีดีโอที่น่าสนใจมาก แต่พวกเราไม่สามารถใช้ส่วนที่ตัดออกไปได้ ทั้งๆที่ Kondo ซัง (VISUAL TRAP) อยากจะใส่มันลงไปมาก เขาพูดว่า "คุณรู้ใช่มั้ยว่าทำไมพวกเขาถึงโกรธ" (ทุกคนหัวเราะ)

Toshiya : แต่นั่นมีอิทธิพลกับพวกเรามากหลังจากนั้น สำหรับตอนนี้แล้วแม้แต่พวกเราเองก็ไม่สามารถที่จะเล่นที่ Hall ได้

Inoue : แน่นอนล่ะหลังจากที่เกิดปัญหานั้น

Toshiya : จากช่วงเวลานั้นที่ผมคิดว่าพวกเราได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มที่ ผมคิดอย่างนั้นนะ

Inoue : คุณไม่ได้เติบโตจริงๆหรอก (หัวเราะ) เรามาจบคอลัมภ์นี้กันดีกว่านะ (หัวเราะ)

Takabayashi : มันค่อนข้างยากที่จะไปกันต่อนะ (หัวเราะ)

Toshiya : พวกเรายังจะดำเนินกันต่อไป (ทุกคนหัวเราะ)



แปลจบแบบมึนๆ เริ่มเรียบเรียงคำพูดผิดๆถูกๆ 555+



เห็นอกเห็นใจคุณ Inoue มากเลยล่ะ 
เป็นอีกหนึ่งคนที่ทุ่มเท และเสียสละมากจริงๆ
แต่จะว่าไปพวกหนุ่มๆทั้งห้าก็โคตรดื้อเลยว่ะ บอกเท่าไรก็ไม่ฟังก๊ากกก 


DIR EN GREY~ fight~





Toshiya



ได้ฤกษ์กลับมาต่อนิสัยและดวงดาวของสมาชิกแต่ละคน ที่ทางแฟนคลับทางญี่ปุ่นเค้าทำกันไว้ (แม่นมากนะขอบอก!) เคยลงของพี่ Die (=_=) และของพี่ Kaoru ไปแล้ว คราวนี้เลยเอาของพี่ Toshiya มาลงบ้าง แต่ก็ยังเหลือพี่ Kyo กับพี่ Shinya เค้า ยังไงก็รอกันก่อนเน้อ~ มาเริ่มกันเลย!

Toshiya เกิดวันพฤหัสบดี ที่ 31 มีนาคม

Toshiya ตามลักษณะที่เค้าบอกมานั้น เป็นคนที่มีความอ่อนไหวมาก จนบางครั้งเหมือนคนอ่อนแอ ช่างเพ้อฝันและจินตนาการอยู่บ่อยๆ จุดเด่นทางนิสัยของเค้าคือเป็นคนที่ค่อนข้างจะเห็นอกเห็นใจผู้อื่น มองโลกในแง่ดีและหวั่นไหวกับสิ่งแวดล้อมได้ง่าย เค้าเป็นคนที่ค่อนข้างจะทุ่มเทให้กับสิ่งที่เค้ามุ่งหวังจะทำ ไม่ชอบการพ่ายแพ้และการดูถูกดูแคลน บางครั้งเพราะเค้าเป็นคนที่ดูสดใสและอารมณ์ดีอยู่เสมอ จึงไม่ค่อยมีใครจับความรู้สึกที่แท้จริงของเค้าได้ แต่ที่จริง Toshiya เป็นคนที่รู้จักใช้คำพูด เค้าฉลาดที่จะพูดจาให้ใครต่อใครคล้อยตามได้ และคำพูดของเค้าก็ถือเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งที่ดึงดูดคนรอบข้าง

ข้อเสียของเค้าคือเป็นคนที่ค่อนข้างจะหวั่นไหวและกลัวความผิดพลาด หรือปัญหาที่จะเกิดขึ้น จึงมักจะใช้เวลาคิดมากกว่าคนอื่นๆทั่วไป จึงทำให้งานออกมาล่าช้า

ส่วนคนที่สามารถจะเอาชนะใจเค้าคนนี้ได้ (หึๆ >w<) ก็คือคนที่มีลักษณะนิสัยเป็นพวกมั่นใจในตัวเอง กล้าคิดกล้าทำและกล้าตัดสินใจ อดทนและมีความเข้มแข็งต่อปัญหาต่างๆ รวมทั้งเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป เค้าไม่ชอบคนที่ให้ความรู้สึกอืดอาดยืดยาด หรืองกๆเงิ่นๆ ไม่ชอบพวกเสแสร้ง ชอบโกหก และที่เกลียดมากๆคือพวกที่ชอบเลียนแบบพฤติกรรมของคนอื่นจนไม่เหลือความเป็นตัวเอง (จริงล่ะ เพราะพี่ Tot เคยให้สัมภาษณ์ว่าจะเห็นพวกคอสเป็น Toshiya แต่มันเป็นเสื้อผ้าที่ถูกดัดแปลงไป พี่แกบอกว่าไม่ค่อยชอบเท่าไร 55) ที่สำคัญเค้าชอบคนที่มีความเคารพต่อบุคลที่ความเคารพ ไม่ก้าวร้าว รวมทั้งไม่พูดจาให้ร้ายคนอื่นด้วย ง่ายๆเลยก็คือชอบพวกรู้กาละเทศะแต่เกลียดพวกชอบนินทาว่าร้ายคนอื่นนั่นเอง (ก็นะ...ไม่มีใครชอบหรอก)

สำหรับอัญมณีหรือเครื่องประดับที่เหมาะกับ Toshiya ก็คงจะเป็นพวกทับทิม โกเมน หรือพลอยสีม่วง ส่วนน้ำหอมนั้นตามรูปลักษณ์ของ Toshiya ใครๆก็มักคิดว่าเค้าเป็นคนที่เหมาะกับกลิ่นที่เย้ายวนและรุนแรง แต่เปล่าเลยกลิ่นที่จะทำให้เจ้าตัวหลงใหลกลับเป็นกลิ่นพื้นๆ และให้ความนุ่มนวลอย่างกลิ่นลาเวนเดอร์ จัสมิน หรือดอกกุหลาบ กลิ่นพวกนี้จะทำให้เค้ารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

และ...จุดที่ทุกคนรออ่าน ไอ้จุดเร้าอารมณ์ที่ว่านั่นก็คือบริเวณที่ข้อเท้าและฝ่าเท้าการที่ถูกมือของคนรักสัมผัสบริเวณจุดนั้นจะช่วยสร้างความพึงพอใจให้กับเค้ามากเป็นพิเศษ เพราะงั้นในเมื่อได้วิธีมัดใจผู้ชายคนนี้แล้ว ก็รีบหาทางเข้าใกล้พี่เค้าซะ ก๊ากกกกก ก่อนจะโดนใครงาบไปก่อน (โดนแล้วมั้ง ฮือ~) 555 ล้อเล่นน่า

nico nico ~ Toshiya



Thanks : @DIRENGREY_JP


ได้เวลาบรรยายภาพแล้วนะคะ...ไม่ใช่ละ 55+ วันนี้ออกไปซื้อของกับคุณแม่

เสียวๆ กลับมาไม่ทัน และแล้ว...กลับมาทันโ้ว้ยยย กรี๊ดดด พี่ Toshimasa~




เสียงหัวเราะ และเสียงพูด ยังคงเหมือนเมื่อครั้งยังละอ่อน แต่ดัดฟันแล้ว

ยิ้มสวยนะคะพี่ ท่านั่งอ้าซ่ามาก ไม่หนีบแบบพี่ Die หัวเราะก็ไม่หนีบเลย

หัวเราะเต็มเสียง ไม่เหมือนพี่ Die หัวเราะเซะซี่~ นั่งหนีบๆ ทำหน้าหล่อน่ารักไม่เกรงใจใคร

คุณบูก็แซวพี่ Tot จริ๊งงง โอ้ยย หมั่นเขี้ยวทั้งคู่ 555+ (เอ็งชมวงเมทัลว่าน่ารักเหรอวะ)

ก็คนมันน่ารักจริงนี่นา~




แต่....คุณพระ!...ทำไมเหมือนพี่เสก โลโซ !!!

cap ภาพตอนหัวเราะอ้าปากกว้างๆไม่ทันสักที ฮึ่ย! รอรูปจากชาวบ้านแล้วกัน

ของเรามันมีแต่ซ้ำๆ ท่านั่งเดิมๆอีก ฮึ้ยๆๆ













เอ่อ...ขอถอนคำพูดเรื่องพี่เสก =__=



bye bye~ Boo san~ Toshiya san~


แถมท้าย~จาก nico nico

เอามาจาก DVD ที่จะออกในปีหน้าให้เราน้ำลายหก แค่เห็นพี่ Die แต่งองค์ทรงเครื่อง

ก็น้ำหมากย้อยแล้ว ย๊ากกกกก



พี่ Die : เฮ้อ~ คนมันหล่อ ผมกุก็สวย~ =_=







รอ และ รอ~

Toshiya & zip-fm




คุณพี่ Toshimasa เท่ห์บาดทรวง~ ยังเลิฟพี่เหมือนเดิมนะเคอะ ^^

Credit : http://zip-fm.co.jp

ความหลอกลวงกับความจริง

เมื่อตอนเด็กๆ ผมจะไปมองไฟที่โรงพละใกล้ๆบ้าน แสงไฟสีฟ้า เมื่อไหร่ที่แมลงบินเข้าไปใกล้มันก็จะถูกเผาจนตาย...ทั้งๆที่พวกพ้องของมันกำลังมองดูอยู่ ทั้งที่มองเห็นเพื่อนที่กำลังจะตายแต่ก็ไม่วายที่แมลงตัวอื่นๆจะอยากรู้อยากเห็นและเข้าไปใกล้แสงนั้นอีก เรื่องนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสำหรับผมนะ แต่ว่า...มันก็เป็นเรื่องที่สวยงามมากเลยล่ะ

ในช่วงนี้ผมเริ่มเปิดเผยอะไรหลายๆอย่างมากขึ้น และก็สามารถพูดสิ่งที่เก็บซ่อนเอาไว้ได้มากขึ้นด้วย แต่การทำอย่างนั้นถือว่าไม่มีความรับผิดชอบและอดทนสินะ และบางทีนั่นอาจจะถูกมองว่าเป็นการทรยศหักหลังต่อเด็กๆที่เป็นแฟนก็ได้ จนถึงตอนนี้การแต่งหน้า การใส่เสื้อผ้าต่างๆของผมสามารถบอกได้เลยว่าไม่มีที่ติ ทั้งๆที่เป็นการโชว์แค่ส่วนของ [Toshiya Dir en grey]
ที่สมบูรณ์แบบเท่านั้น...เป็น Toshiya และแค่ Toshiya แบบนั้น...แต่ยังไงผมก็คิดว่าก็คงจะทำงานจนลุล่วงไปได้นะ

ผมอยากเป็นตัวเองที่สมบูรณ์แบบ คิดว่าถ้าแต่งหน้าก็จะเป็นตัวเองที่สมบูรณ์แบบให้ได้ การแต่งหน้าสำหรับผมจริงๆแล้วมันก็เป็นเหมือนการทำความปรารถนาที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นจริงได้นั่นล่ะนะ ต่อหน้าแฟนๆก็อยากที่จะเป็น Toshiya ที่สมบูรณ์แบบเพื่อพวกเค้า

แต่ Toshiya Dir en grey กับ Toshiya ที่เรียบง่าย ก็ได้รับความนิยมมากขึ้นทั้งสองอย่าง จนในที่สุดผมในสภาพที่เป็นจริงนั้นก็เริ่มสับสนและได้ยินเสียงกรีดร้องซึ่งดังมาจากจิตใจที่ตกอยู่ในสภาพการเกลียดชังของตนเอง สิ่งที่ทุกคนเรียกร้องก็คือ Toshiya ที่สมบูรณ์แบบ...งั้น แล้ว Toshiya ที่เรียบง่ายก็ต้องเป็นสภาพที่แท้จริงของผมสินะ ? ผมที่เรียบง่าย...ถ้าสามารถไปที่ไหนได้ดั่งใจคิดก็คงจะดี ? แต่ว่าถ้าทำอย่างนั้นมันก็ดูจะเป็นการเอาแต่ใจตัวเองเกินไปสินะและความธรรมดาก็เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่า
"มนุษย์เป็นสิ่งที่น่าเวทนาที่สุด" สินะ...ผมที่เรียบง่าย (หัวเราะ) แต่ว่าก็รวมส่วนนั้นเข้าไปเป็นตัวเองด้วยแล้วล่ะนะ และก็อยากจะลองชอบตัวเองให้ได้ซะก่อน อยากจะมีความรักต่อตัวเองที่เรียบง่าย ถ้าไม่ใช่อย่างนั้นก็คงจะเหงาเกินไปใช่มั้ยล่ะ ?

...และถ้าความเป็นมนุษย์ของผมนั้นเพิ่มมากขึ้น ผมก็คิดว่ามันจะเป็นสิ่งที่ต้องคิดต่อไปเรื่อยๆจนถึงที่ไหนสักแห่งนั่นแหละ
คิดเพื่อหาคำตอบให้กับตัวเอง

...ผมจะทำเสื้อเกราะป้องกันตัวของผมด้วยมือของผมเอง

ปล.ขอบคุณบทความเก่าๆจาก Kera และเลเต้

ที่ลงบทความเก่านี้เพราะรู้สึกเพียงแค่ว่า...อยากจะเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบเหมือน Toshiya San ก่อนจะตาย xD (ฮาๆๆๆ คิดไรเนี่ย!) แต่มีคนเคยบอกเหมือนกันว่า ไม่มีใครจะสมบูรณ์แบบไปซะทุกอย่างหรอก มันอยู่ที่จิตใจของเรา และไม่มีใครทำให้เราดูต้อยต่ำลงได้ นอกจากตัวของเราเอง...

Toshiya Dir en grey II

~โชคชะตา~

Photobucket

ครั้งนี้โทชิยะปรากฏตัวในรูปแบบใหม่ด้วยการไม่ใส่แว่นตา และชุดไปรเวท ทำให้ได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเค้าชัดเจนขึ้น และต่อจากนี้เราก็ให้เค้าได้เล่าเรื่อง "เกี่ยวกับชีวิต และสิ่งที่ตัวเองอยากทำ" ให้พวกเราได้รู้กัน

ตอนที่เป็นนักเรียนน่ะผมเรียนไม่ค่อยจะรู้เรื่องสักเท่าไรหรอกนะ ก็เลยคิดอยากจะทำงานเลยมากกว่าการเข้าเรียนต่อในชั้นมัธยมปลาย และช่วงวันหยุดฤดูร้อนของปีนั้นก็เลยลองไไปทำงานที่ต้องใช้่แรงงานดู (งานก่อสร้างถนน) แต่พอดีจู่ๆผมก็เกิดไม่สบายขึ้นมาในวันที่จะต้องทำงานดังนั้น

ทั้งๆที่รู้สึกเหมือนว่างานจะเบา แต่ก็ยังทำไม่ได้ แต่ผมน่ะไม่ใช่ว่าคิดแค่อยากจะทำเล่นๆหรอกนะ เมื่อเป็นแบบนั้นผมก็เลยตัดสินใจที่จะเข้าเรียนม.ปลายต่อ เผื่อว่าซักวันผมอาจจะตค้นหาสิ่งที่อยากทำได้ในช่วงชีวิตที่เป็นนักเรียนม.ปลายนั้น และในที่สุดผมก็ได้มาพบกับดนตรี ตอนที่ได้ยืนอยู่บนเวทีน่ะเป็นเรื่องที่สนุดอย่างบอกไม่ถูก เป็นอะไรที่ผมคิดว่าไม่ได้เคยได้สัมผัสมาก่อน แต่ก็คิดนะว่าผมน่ะจะเลือกเดินไปในทางดนตรีอย่างเดียวเลยดีมั้ย ? ตอนนั้นก็ยังไม่คิดว่าจะจริงจังอะไรขนาดนี้หรอกนะ เพราะผมเองก็ไม่มีความมั่นใจในเรื่องนั้นเลยต่างหากล่ะ

และก่อนที่จะจบการศึกษาผมก็คิดว่า "ผมควรจะเลือกดนตรี เพราะว่ามันคือสิ่งที่ผมชอบ หรือว่าผมควรจะเลือกที่จะเข้าทำงานแบบคนปกติทั่วไปดี" แต่ไม่ว่าจะอย่างไหนผมก็รู้สึกว่ามันเป็นไปไม่ได้สักทาง เพราะว่าเป็นคนที่ชอบการวาดภาพ ดังนั้นเมื่อจบม.ปลาย จึงเลือกที่จะเข้าเรียนที่โรงเรียนเฉพาะด้าน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้ผมกระตือรือร้นอะไรขึ้นมาเลย...แต่ก็ไม่ใช่เพราะว่าผมโลเลและไม่เลือกทางไหนเลยหรอกนะชั่วโมงเรียนในห้องนั้นไม่น่าสนใจเอาซะเลย ทั้งๆที่ผมมักจะวาดแต่ภาพที่ชอบ แต่ในชั่วโมงเรียนกลับต้องมานั่งเรียนแต่หลักพื้นฐานต่างๆเกี่ยวกับศิลปะการบ้านก็เยอะมาก ..."ผมน่ะเป็นคนเรียบร้อยนะ" ^ ^

นอกจากนี้พอมองจากรู่นพี่ที่จบไปแล้วก็เลยคิดว่า "ถ้าหากตัวเองจบออกไปก็คงจะต้องทำอาชีพเดียวกันกับพวกเค้าล่ะมั้ง" เพราะทั้งภาพและการออกแบบที่เห็นอยู่ทั่วไปทุกวันนี้นั้นไม่แตกต่างกันเลยสักนิด (ธุรกิจการออกแบบมักจะมีแนวโน้มที่ออกไปในทางเดียวกัน ตามแบบที่ตลาดต้องการ) และถึงแม้ว่าจะไปโรงเรียนตลอด ผมก็ยังคงคิดว่าอยากที่จะลาออก เพราะว่าการเรียนน่ะต้องใช้เงินค่อนข้างมาก ผมคิดว่าเงินพวกนั้นถ้าเอาไปใช้ประโยชน์หรือทำอย่างอื่นที่อยากจะทำได้มากกว่านี้ก็คงจะดี (เห็นมั้ยว่าผมน่ะ เรียบร้อยจริงๆน่ะ)

และพอพูดว่าจะลาออกวันรุ่งขึ้นจึงไปพบอาจารย์ใหญ่พร้อมๆกับคุณแม่ หลังจากนั้นก็ถูกถามว่า "แล้วจะลาออกจริงๆน่ะเหรอ?"...ตอนที่อยู่ในรถระหว่างทางกลับบ้านผมก็ทะเลาะกับคุณแม่ด้วยนะ ท่านบอก "พูดอย่างนี้ไม่มีเหตุผลเลยนะ!" ในเมื่อผมต้องทำในเรื่องที่ผมไม่ได้เป็นคนออกปากเองมาโดยตลอดเนี่ยนะ มาถึงตอนนี้คนที่พูดว่า "จะลองเรียนที่โรงเรียนเฉพาะด้านดูมั้ย ?" ก็เป็นคุณแม่ไม่ใช่เหรอที่เป็นคนพูดน่ะ! (สรุปว่าผมเป็นคนที่เรียบร้อยที่สุดหรือแย่ที่สุดกันแน่นะ!)

สำหรับผมก็เลยเป็นจุดที่จะต้องแยกจากกัน (กับคนในครอบครัว) จริงๆ เรื่องที่จะต้องตื่นในตอนเช้าและการตัดสินใจด้วยตัวคนเดียวก็เริ่มนับจากนั้น และในตอนนั้นผมคิดว่าจะตั้งใจเล่นดนตรีอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก ก็เลยตัดสินใจที่จะไปอยู่โตเกียว ก็ไม่ได้คิดว่าจะทำมาหากินอะไรได้จากการเล่นดนตรีหรอกนะ แต่ว่ายังไงก็ต้องทำให้ได้

หลังจากที่ยุบวง (เก่า) ก็กลับไปที่ Nagano ประมาณอาทิตย์หนึ่งเพื่อเข้าร่วมงานพิธีฉลองวันบรรลุนิติภาวะ และจากนั้นก็กลับมารวมกับสมาชิกคนอื่นๆในวง Dir en grey อีกครั้งเพื่อไปแสดงที่ Osaka

การทำวง Dir en grey ได้นั้นก็เพราะผมส่งใบสัญญาให้กับพ่อแม่ไปหรอกนะ ในนั้นเขียนเอาไว้ว่า "ถ้าไม่ดังภายใน 3 ปี ก็จะกลับไปทำงานที่ Nagano ตามที่คุณพ่อต้องการ" และก็พิมพ์ลายนิ้วมือลงไปด้วย ^^
...ดังนั้นผมจึงคิดว่าภายใน 3 ปีนี้ ก็จะตั้งใจทำเพื่อจะได้กำหนดโชคชะตาของตัวเองได้ด้วยด้วยตัวเอง ในเมื่อตั้งใจอย่างนั้นแล้ว ผมเชื่อว่ามันจะต้องไม่เปล่าประโยชน์แน่ๆ

ถ้าตัวเองคิดว่ามันเกินกำลัง มันก็เกินกำลัง แต่ถ้าตัวเองคิดว่าจะทำมันให้ได้ก็ต้องทำได้แน่ๆ ไม่ว่าอะไรผมก็ต้องทำให้ได้ ผมเป็นคนแบบนั้นล่ะ


Photobucket

...............


สุดยอดเลยเนอะพี่โทชิยะเนี่ย...^o^ แต่จะมีสักกี่คนกันล่ะที่สามารถกำหนดโชคชะตาของตัวเองได้ และประสบความสำเร็จในชีวิตแบบพวกเค้า มีน้อยเหลือเกิน...เพราะบางคนก็ล้มเลิกสิ่งที่ตัวเองอยากจะเป็น สิ่งที่ตัวเองชอบ สิ่งที่ตัวเองฝันไปกลางคัน น่าเสียดายเหมือนกันเนอะ...ชีวิตนี้เกิดมาแล้วก็ตาย แต่อย่างน้อยถ้าได้ทำสิ่งที่ฝันให้บรรลุได้ก่อนจะหมดลมหายใจนี่ ก็ถือว่าคุ้มแล้วนะที่ได้เกิดมา ถึงแม้จะประสบความสำเร็จช้า (T-T เหมือนชีวิต XPD) แต่ถ้าไม่ยอมแพ้ซะอย่าง สักวันต้องเป็นของเราแน่ๆเลย...สักวันหนึ่ง!

Toshiya Dir en grey I

~โทชิยะ~

อีกความประทับใจกับมือเบสสุดเท่ห์ ^^ ที่ดูเหมือนจะได้ใจของสาวๆชาวไทยไปหลายคน (แม่บ้านเค้าเยอะจริงๆ) ^O^...(คิกๆๆๆ) ก็พี่เค้าเก่ง เท่ห์หล่อ ขี้เล่น...ฯลฯ...โอย~ ไล่ทั้งวันคงไม่หมดแหงๆ เอาบทสัมภาษณ์เก่าที่ประทับใจมาให้ประทับใจกันอีกครั้ง...ลองอ่านดูกันอีก แล้วต้องรักมือเบสคนนี้อีกเป็นกระบุงเลยล่ะ ^v^

Photobucket

++ก่อนอื่นอยากจะถามถึงโอกาสที่ทำให้ได้มาเล่นดนตรี++
โทชิยะ: ช่วงเทศกาลอยู่มอปลายปี 2 ตอนนั้นผมก็เริ่มที่จะทำวงแล้วนะ ตอนนั้นเวลาที่ไปดูไลฟ์ของวงอื่นก็จะคิดว่า "ถ้าได้แสดงใน Livehouse อย่างพวกนั้นบ้างก็คงจะดีนะ" หลังจากนั้นก็เลยกลายเป็นความใฝ่ฝันไปเลยว่าอยากจะทำวง indies กับเค้าบ้าง ซึ่งวงตอนมอปลายน่ะเหรอ? อืม....Kisaragi ครับ (หัวเราะแบบเขินๆ)

++ใน Episode Tour ความคิดเห็นของไลฟ์ที่บูโดกังวันที่ 2 พฤศจิกายน (ปี 1998) เป็นอย่างไรบ้าง++
โทชิยะ: ในบทสัมภาษณ์ของนิตยสาร ก่อนที่จะขึ้นไลฟ์ผมก็บอกว่า "ไม่ค่อยเครียดเท่าไร" แต่ก่อนหน้านั้นสิมันตื่นเต้นมากๆเลยนะ นอกจากนี้ในวันนั้นหลังจากจบไลฟ์ ผมก็ยังหัวเราะเสียงดังไม่ยอมหยุดอีกด้วย ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นไร (เอิ๊กๆ นึกสภาพพี่แกออกเลยอะ)

++งานพิเศษที่น่าประทับใจตั้งแต่ที่ได้ทำมาจนถึงตอนนี้คืออะไร?++
โทชิยะ: งานพิเศษผมมักจะเป็นแบบสบายๆอย่างเช่น แค่แจกซองขนมตัวอย่างในวันปีใหม่เป็นต้น หลังจากนั้นผมก็ลองไปทำที่ร้านซูชิในห้างดูบ้าง เป็นคนหั่น "มากิซูชิ" แจกคนที่มาลองชิม แต่ว่าในแบบสอบถามสำหรับลูกค้าก็ถูกเขียนตำหนิมาว่า "ผมของพี่ชายควรตัดซะบ้างนะ เพราะแบบนี้มันดูไม่เรียบร้อยเลย" (หัวเราะ)

++รู้สึกว่าห้องของตัวเองตอนนี้เป็นอย่างไร++
โทชิยะ: บ้านเกิดของผมอยู่ Nagano ตอนนี้ที่ห้องก็ดูปกติดีนะ แต่ถ้าสกปรกก็จะเป็นประเภทที่จะทำความสะอาดอย่างหมดจดเลยนะ ^^;

++ผู้หญิงใบแบบที่ชอบเป็นแบบไหน++
โทชิยะ: คุณโนริโกะ ซาไก ก็เป็นแบบที่ผมใฝ่ฝันเลยนะ "รู้สึกประมาณว่าเป็นคนที่วิเศษอะไรอย่างนี้" เลยล่ะ แต่ในความเป็นจริงก็อาจจะมีเยอะนะ ผมชอบคบกับคนที่เข้มแข็งนะ

++ความฝันในตอนเด็กๆคืออะไร?++
โทชิยะ: ผมเป็นเด็กที่ไม่มีความฝันหรอกนะ แต่เท่าที่ได้อ่านเรื่องราวของตัวเองที่เคยเขียนไว้ตอนยังเป็นเด็กๆ ในนั้นผมเขียนไว้ว่า "อยากจะเป็นพนักงานกินเงินเดือนเหมือนคุณพ่อ" (หัวเราะ)

++โอกาสที่ทำให้ได้เริ่มหัดแต่งหน้ากับเครื่องสำอางค์ที่ใช้ประจำคือเมื่อไหร่ และความมั่นใจในเรื่องหน้าตาของตัวเองล่ะ ?++
โทชิยะ: ตอนอยู่มอปลายปี 1 ตอนนั้นได้เห็นหน้าปกนิตยสาร [Shoxx] ซึ่งเป็นภาพของ Hide san กับ TUSK san (ตอนนั้น TUSK เป็นนักร้องของวง Zi-Kill) ผมประทับใจกับความสวยงามแบบนั้นเข้าอย่างจังเลย จากนั้นก็เลยลองใช้เครื่องสำอางค์ของคุณแม่แต่งหน้าตัวเองดู แต่พูดได้เลยล่ะว่า "อย่างกับหมีแพนด้าแน่ะ!" (หัวเราะ)

++บทบาทของตัวเองในวง++
โทชิยะ: ผม...เป็นคนที่ไม่ค่อยฟังคนอื่นพูดซักเท่าไร

++เวลาว่างจะทำอะไร++
โทชิยะ: ผมไม่นอนก็ไปดูหนังมีอยู่ 2 อย่าง ....ชอบดูหนังญี่ปุ่นมากๆ แล้วก็ชอบหนังประเภทไซโค (โรคจิต) กับหนังสยองขวัญ

++สิ่งที่เปลี่ยนไปตั้งแต่เริ่มเซ็นต์สัญญากับทางต้นสังกัดเพื่อเป็นวงเมเจอร์++
โทชิยะ: ผมเคยสัญญากับพ่อแม่เอาไว้ว่าถ้าทำวงไปถึงจุดหนึ่งแล้วไม่ดีขึ้นก็จะเลิก แต่ว่าตอนนี้เหมือนกับเคลียร์ด่านมาได้แล้วละ และสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงไปก็คือจากนี้

.............................................................

+ของผมต้องรถบังคับวิทยุ+

โทชิยะ: ของที่ผมกำลังคลั่งไคล้อยู่ตอนนี้คือรถบังคับวิทยุครับ!(แล้วตอนนี้จะคลั่งอะไรหว่า ^^;) ผมซื้อมาตอนอัดเสียงวันสุดท้ายซื้อมาแล้วก็พาไปที่สตูดิโอด้วยเลย พอทุกคนเห็นก็พากันรุมเล่นกันอย่างสนุกสนาน ผมเลยบอกไปว่า "งั้นคราวหน้าก็ซื้อมาเล่นด้วยกันทุกคนเลยนะ" สงสัยเจ้าพวกนั้นก็คงไปซื้อกันมาแล้วแน่เลยล่ะ (หัวเราะ)

ที่สตูดิโอ เวลาที่มีเวลาว่างก็มักจะหาอะไรสนุกๆมาเล่นน่ะครับ ตอนเด็กๆผมเคยคิดว่า "ถ้ามีรถบังคับวิทยุคันใหญ่ก็คงจะดีใช่มั้ยล่ะ" เด็กผู้ชายก็ต้องรถบังคับวิทยุนี่ล่ะนะ พอโตขึ้นมาก็เลยต้องทำความฝันเป็นจริงซะหน่อย (พูดซะน่ารักเลยอ่ะ ^o^) ก็แหม! ตอนนี้ผมมีโอกาสแล้วนี่ (หัวเราะ) ก็เลยได้ไปซื้อเจ้านี่มายังไงล่ะ รถที่ซื้อมาเป็น Beatle สีแดง เพราะถ้าพูดถึง Beatle ล่ะก็ต้องเป็นสีแดงกับสีเงินสิถึงจะสวย อันที่จริงผมก็ชอบสีเงินมากกว่านะ แต่เพราะว่ามันขายหมดไปแล้วก็เลยได้สีแดงมาน่ะ (หัวเราะแบบฝืดๆ)

ของอีกอย่างที่อยากได้คือ เครื่องบินบังคับวิทยุที่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน 10,000 เยนครับ อย่างพวกรถเนี่ยมีการทำ body ด้วยโฟมใช่มั้ยล่ะ แต่เครื่องบินนี่ยังไม่มีใครทำเลย แล้วยิ่งถ้าซื้อได้ในราคา 10,000 เยนล่ะก็มันคงน่าสนใจมากเลยนะผมว่า

ส่วนเหตุผลที่ผมอย่างได้เครื่องบินบังคับวิทยุก็เพราะอย่างแรง มันเป็นการบังคับที่ยาก แล้วก็มีดีไซด์ที่สวย ที่สำคัญจะได้เอาไว้เล่นเวลาว่างๆไงล่ะ คงเป็นสามข้อนี่ล่ะที่ผมสนใจ อ๊ะ! ...แล้วก็อยากจะบังคับให้ได้เก่งๆเหมือนกับที่เป็นโปรในการบังคับด้วยครับ

.............................................................

~การแตกสลาย~

ในฐานะที่เป็นมนุษย์ เคยลืมเรื่องสำคัญหรือเปล่า? เรื่องที่ไม่เคยนึกถึงหรือ เรื่องที่เพิกเฉยไปน่ะจะไม่มีบ้างเลยเหรอ ? การที่จู่ๆเรื่องที่รู้สึกเศร้าเข้ามาในหัวเรา เรื่องแบบนั้นน่ะมันอัดแน่นอยู่ในใจของเราเกินไปงั้นเหรอ ? ปัญหาสังคม...ปัญหาของตัวเอง...ลองมาคิดไปพร้อมๆกับโทชิยะดีกว่านะ

เพราะว่าต้องออกทัวร์หลายที่ ในระหว่างที่เดินทางก็เลยมีเวลาว่างมาก ช่วงนั้นก็เลยถือโอกาสนั่งอ่านหนังสือไปพลางๆ staff ที่เห็นท่าทางของผมในตอนนั้นก็พูดว่า "ไม่คาดคิดเลยนะว่าโทชิยะจะอ่านหนังสือน่ะ" และตั้งแต่ตอนนั้นก็เลยมีคำพูดที่ว่า "คนหนุ่มสาวสมัยนี้สูญเสียพลังในการจินตนาการไปเพราะไม่อ่านหนังสือ" (ถูกต้องเลยพี่โทชิยะ) คนหนุ่มสาวสมัยนี้สูญเสียพลังในการจินตนาการไปเพราะไม่ออ่านหนังสือผุดขึ้นมาในหัวสมองของผม เพราะว่าทุกคนเอาแต่ดูรูปภาพที่ปรากฏบนจอน่ะสินะ ดังนั้นจึงทำให้มีจินตนาการลดลงเรื่อยๆ อย่างหนังเรื่องเดิม (ที่มีการนำมาดัดแปลงทำใหม่) ก็จะน่าสนใจกว่าหนังทั่วไปไม่ใช่เหรอ ? หนังแต่ละเรื่องมีการจำกัดเวลาและเงินงบประมาณในการสร้าง แต่เวลาที่อ่านหนังสือเราสามารถสร้าง Image ได้ตามใจชอบของตัวเองโดยอิสระมากกว่านี่นะ อย่างพระเอกนางและนางเอกที่จะต้องเป็นแบบนั้น แบบนี้ ล้วนแต่เป็นการคิดของเราเอง พลังใจในการจินตนาการน่ะมันไม่มีที่สิ้นสุดนี่นะ แล้วจนถึงตอนนี้ก็มีคำพูดมากมายปรากฏออกมาว่า "ในสมัยนี้ พวกเรื่องอาชญากรรมนั้นส่วนใหญ่ก็มักจะมาจากคนที่อายุระหว่าง 10 - 19 ปีทั้งนั้น เพราะพวกเค้าน่ะต่างไม่มีพลังในการจินตนาการไม่ใช่เหรอ?" ดังนั้นจึงกระทำเรื่องต่างๆออกไปก่อนที่จะคิด การที่ทำอะไรไปโดยไม่มีการทบทวนจึงเป็นเหตุให้เกิดอาชญากรรมที่มากมายในตอนนี้

...ผมน่ะคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเสียใจและน่าสลดออกนะ รูปถ่ายของผม (ที่ประกอบในหน้านี้)

Photobucket

ก็คิดว่าเป็นรูปธรรมดาๆเท่านั้น แล้วพวกคุณล่ะคิดกันอย่างไรบ้าง ? การลงเรื่องเป็นตอนๆของผมน่ะกำลังจะเริ่มต่อจากนี้ไปนะ และตอนนี้ผมก็กำลังคิดถึง Image ของทุกๆคนอยู่ คิดไปคิดมาจนตอนนี้ผมน่ะชักเพ้อเจ้อเข้าไปทุกทีแล้ว ^-^

.......................................................

++เพื่อน++

โทชิยะ : "เกลียดหมอนั่นมากๆเลย แต่กลับกลายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดนะ ตอนอยู่ชั้นประถมหมอนั่นจับตัวด้วงมาอวด และพูดว่า (เจ๋งใช่มั้ยล่ะ!!) "

ตอนนั้นผมก็บอกว่า (ดีจังนะ...อ๊ะ! ดูสิๆ) เอาตัวด้วงนั้นไปไล่หลอกเจ้าคนที่จับได้ แบบไม่ให้ตั้งตัว แล้วหมอนั่นก็ตกใจ และหยิบด้วงนั้นขว้างทิ้งทันทีเลยล่ะ แถมยังวิ่งไล่ตามทุบผมทั้งๆที่ตัวเองยังร้องไห้อยู่อีกด้วยนะ (หัวเราะ

ตั้งแต่นั้นก็เกลียดเรื่องแบบนี้มาโดยตลอดเลยล่ะ แต่ดูเหมือนว่าทางฝ่ายโน้นก็คงจะไม่ชอบผมเอามากๆเหมือนกันนะ และพอเข้าชั้นมัธยมต้น เพราะว่าต้องทำกิจกรรมชมรมเหมือนกัน ก็เลยได้คุยกันและกลายเป็นเพื่อนซี้กันในที่สุดครับ ที่เกลียดหมอนั่นอาจเป็นเพราะเค้าคล้ายกับตัวผม และในขณะเดียวกันฝ่ายตรงข้ามก็จะเข้าใจเรื่องของผมมากที่สุดด้วย เราจะทำเรื่องไม่ดีด้วยกัน และจะมีความลับร่วมกันจนกลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันจนได้ เพราะตอนเด็กๆชอบเรื่องที่เป็นความลับน่ะนะ มันรู้สึกว่ามีความลับแล้วเท่ห์ดีทำนองนั้น(หัวเราะ)

ตอนมัธยมต้นปี 2 จะอยู่กับเพื่อนแค่ 2 คนเสมอๆเลยครับ ในตอนเช้าพอจะไปโรงเรียนก็จะบอกว่า (ไปล่ะนะครับ) แล้วก็ไปที่บ้านของหมอนั่นต่อ และเพราะในช่วงเช้าพ่อแม่ของหมอนั่นต้องออกไปทำงานที่บริษัท ระหว่างที่พวกเค้ายังไม่ออกไปนั้นผมก็เลยต้องไปนั่งคอยที่สวยใกล้ๆบ้านตลอดเลย พอถึงเวลากลางวันคุณแม่ของหมอนั่นก็จะกลับมาทานข้าวที่บ้าน ถ้าพวกผมโดดเรียนก็จะเข้าไปหลบซ่อนอยู่ในตู้ (ที่ใส่ผ้าห่ม ฟูก) จนกว่าคุณแม่จะกลับไปทำงานนั่นแหล่ะ (ความจริงแล้วที่ผมเริ่มสนใจดนตรีก็เพราะพี่ชายของหมอนั่นกำลังเล่นกีต้าร์อยู่ด้วยล่ะนะ)

ในห้องเรียนเนี่ยผมกับหมอนั่นจะเกเรและโดดเรียนบ่อยมาก ทางฝ่ายคุณพ่อของผมก็จะบอกว่า "เลิกคบได้แล้วเพื่อนแบบนั้น" ช่วงที่เค้าพูดแบบนั้นผมหัวเสียมากเลยนะ เพราะว่าหมอนั่นถึงแม้จะเกเรไปบ้าง แต่สำหรับผมแล้วเค้าก็คือเพื่อนที่ดีมากๆนั่นเอง ผมเป็นคนที่ได้ความรักจากเพื่อนๆเสมอ ถ้าผมคิดว่าตัวเองคือเพื่อนของผมนั้น หมอนั่นก็คือเพื่อนของผม...แต่จริงๆก็ไม่รู้หรอกนะว่าฝ่ายนั้นคิดยังไงกับผมน่ะ (หัวเราะ)

สมาชิกในวง Dir en grey เป็นเพื่อนหรือเปล่าน่ะเหรอ มันไม่ใช่ระดับเพื่อนแต่มันเป็นโชคชะตาร่วมกันนะ ถ้าเป็นเพื่อนประเภทนี้ ก็จะเป็นเพื่อนที่ร่วมต่อสู้ด้วยกันตลอดไปไงครับ!....

++ได้ข้อคิดดีๆจากความหมายของคำว่าเพื่อน จากผู้ชายที่ชื่อโทชิยะเยอะเลยนะเนี่ย....ประทับใจจัง++

......................................




つづく